เทคนิค SEO

ข้อมูลก๊อปปี้เขามาแปะไว้นะครับ

-----------------------------------------------------
แหล่งที่มา : goto-moneyonline.blogspot.com
-----------------------------------------------------

ตรวจเช็คการทำงานของ META tag คือคำที่ bot หาเจอ
http://www.submitexpress.com/analyzer/

เว็บอำนวยความสะดวกสร้าง META tag ให้ เราเอง
http://www.submitexpress.com/metatags.html

แลกลิงค์ฟรีๆ
http://www.x-href.com/
http://www.gotlinks.com/
http://www.linkmetro.com/AdvancedMembers.php?f=Y3621078Y325

เครื่องมือฟรีๆที่จะช่วยเรื่อง Adsense, SEO/PageRanking และอีกมากมาย
http://www.selfseo.com/

Submit URL กับ Search Engine
-----------------------------------------------------
http://www.google.com/addurl.html
http://search.yahoo.com/info/submit.html
http://search.msn.co.in/docs/submit.aspx
http://www.exactseek.com/add.html
http://www.look.com/remote/submiturl.asp
http://www.dmoz.org/add.html
http://www.altavista.com/addurl/default
http://www.alexa.com/support/get_archive.html
http://www.aesop.com/cgi-bin/aesopadd.cgi
http://www.exactseek.com/add.html
http://theyellowpages.com/ysubmit.htm
http://www.goguides.org/info/addurl.htm
http://www.netsearch.org/addurl.html
-----------------------------------------------------

โดย คุณ Robots Thaiseoboard

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่สร้างเว็บไซด์เพียงเพื่อให้ตัวเองหรือคนรู้จักได้ดู คงต้องข้ามบทความนี้ไปเลยครับ เพราะหากคุณหรือองค์กรของคุณ ต้องการให้ชาวโลกรับรู้ว่าฉันหรือเรามีเว็บไซด์ที่ให้ชาวโลกทั้งหลายสามารถ เข้ามาเยี่ยมชม ใช้บริการ หรือซื้อสินค้าได้ง่าย ๆผ่านทางอินเตอร์เน็ตก็คงไม่ใช่เพียงแค่สร้างเว็บแล้วปล่อยให้เจ้าเว็บไซด์ ของคุณประกาศตัวมันเอง คุณเจ้าของเว็บนั่นแหละคงต้องต้องสรรหาวิธีช่วยมันด้วย

เอ๊ะ … เกริ่นซะตั้งนาน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับหัวข้อข้างบนหล่ะเนี่ย เกี่ยวซิครับ เพราะปัจจุบัน ด่านอรหันต์ด่านแรกที่ต้องเจอคือ Search Engine หรือสมุดหน้าเหลืองบนเว็บไซด์นั่นแหละ ก็เพราะ ปัจจุบันกว่า 81 % ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตหาเว็บไซด์ที่ต้องการผ่าน Search Engine ไม่ว่าจะเป็น google.com, yahoo.com , msn.com, a9.com, altavista.com เป็นต้น

หากกลุ่มเป้าหมายของคุณ เค้าไปค้นหาใน Search engine โดยใช้คำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับเว็บของคุณแต่ผลการค้นหาในหน้าแรกกับเจอแต่ คู่แข่งของคุณเต็มหน้าไปหมด ทีนี้ล่ะ ยุ่งแน่เพราะ โอกาสจะดังบนเว็บคงยากหน่อย ต้องใช้วิธีอื่นๆ แทน ด้วยเหตุนี้ คำว่า " SEO " จึงกำเนิดขึ้นมา

SEO ที่ว่านี้ย่อมาจาก Search Engine Optimization หมายถึงเป็นวิธีการหนึ่งของการทำตลาดบนอินเตอร์เน็ตด้วย Search Engine (Search Engine Marketing) ว่าด้วยวิธีการเลือกคำค้นหาหรือ "keyword" ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาบนเว็บไซด์ และการปรับแต่งเว็บเพจ เพื่อให้เว็บไซด์ติดในอันดับต้นๆของ search engine ( ผลที่ได้จากการค้นหาเรียกว่า Natural Search result) ฉะนั้น ยิ่งเว็บไซด์ของคุณได้ปรากฏในอันดับต้นๆในหน้าแรกของผลการค้นหา โอกาสที่จะได้รับการคลิ๊กจากผู้ชมก็ยิ่งมากไปด้วย

ในปัจจุบัน มีบริษัทที่ให้บริการเรื่องการทำ SEO มากมายแต่ละที่ก็มีขั้นตอนการทำแตกต่างกันไป ในเมืองไทยเองก็มีอยู่หลายเจ้าเหมือนกันก็ลอง Search หากันดูเองแล้วกันนะครับ อย่างไรก็ตามขั้นตอนโดยสรุปมีดังนี้

• Competition analysis - ศึกษาคู่แข่งของคุณก่อนว่าอยู่อันดับใด ใช้ keyword อะไร Code ของเว็บเพจเป็นอย่างไร และเครื่องมือที่ขาดไม่ได้สำหรับการ monitor คู่แข่งและตัวคุณเองคือ Google Toolbar ซึ่งเป็นเครื่องมือที่จะบอกเราได้ว่าทำไมอันดับของเราใน Google จึงอยู่ต่ำหรือสูงกว่าคู่แข่งโดยดูจาก PageRank จาก Toolbar คะแนนเต็มของจะ PageRank อยู่ที่ 10 ยิ่งเว็บใดที่มีค่าสูงยิ่งมีโอกาสติดอันดับต้น ๆ ใน google ล่ะครับ นอกจากนี้ ยังมี SEO TOOLBAR ของ SEO Inc. ซึ่งจัดทำ Toolbar เพื่อให้นัก SEO ตรวจสอบว่า มีจำนวนเว็บที่ทำลิ๊งค์มาหาเว็บของคุณหรือเว็บของคู่แข่งกี่ลิ๊งค์ SEO Toolbar นี้จะทำการตรวจสอบจาก Search Engine ได้แก่ Google, Yahoo!, MSN, AOL และ DMOZ สำหรับ toolbar ทั้งสองแจกฟรีครับ download ได้ที่ toolbar.google.com สำหรับ Google Toolbar และ www.seoinc.com/toolbar สำหรับ SEO Toolbar

• Keyword Research and Selection - ขั้นต่อมาคือการวิเคราะห์และเลือก keyword ที่เหมาะสมกับเว็บไซด์ ยิ่งใช้ keyword ที่เฉพาะเจาะจงยิ่งทำให้เว็บคุณมีโอกาสติดอันดับมากขึ้นครับ เครื่องมือที่ช่วยในการหา keyword นั้นมีอยู่หลายตัวบางชนิดก็ฟรี บางชนิดเสียค่าใช้จ่ายบ้างเช่น goodkeyword- ฟรีครับตัวนี้ download ได้ที่ www.goodkeywords.com , wordtracker - ทั้งฟรีและไม่ฟรีครับเป็น บริการเว็บ เข้าไปทดลองได้ที่ www.wordtracker.com , ดู รายชื่อ ไนพก เพิ่มเติมได้ที่หน้า click e-marketing tool ครับ

• On-page Optimization - คือการปรับ CODE ของเว็บ เช่น TITLE TAG, Meta Tag , ปรับ copy หรือเนื้อหาในเว็บเพจเพื่อบรรจุ keyword ที่เลือกไว้ให้เหมาะสม รวมถึงการ design หรือ redesign หน้าเว็บให้เหมาะกับ Search Engine

• Off-Page Optimization - โดยทั่วไปแล้ว ปัจจัยพื้นฐานที่ทำให้เว็บคุณอยู่ได้รับการ Index หรือมีชื่ออยู่ใน Search Engine คือ จำนวนของเว็บทำลิ๊งค์เข้ามาหาเว็บของคุณ (Backward Link) นั่นเองหรือเรียกว่า เพิ่ม Link Popularity อย่างนี้ก็หมายความว่า ใครมี Backward Link เยอะก็มีโอกาสขึ้นอันดับสูงนะซิ คงไม่ใช่ซะทีเดียวครับ เพราะหากคุณเที่ยวไปขอแลกหรือซื้อลิ๊งค์สุ่มสี่สุมห้า ก็อาจโดนแบนจาก Search Engine ได้เพราะ Search Engine เองก็ดูด้วยว่าลิ๊งค์ของคุณมีจำนวนและมีคุณภาพมากแค่ไหน คุณภาพที่ว่าก็คือ จำนวนของเว็บที่ลิ๊งค์มาหาเว็บคุณควรจะเป็นเว็บที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน หรือใกล้เคียงกับคุณเช่น หากคุณทำเว็บขาย VCD DVD ก็ควรม u backward link จากเว็บจำพวกข่าวสารเกี่ยวกับหนัง หรือ DVD เป็นต้น ดังนั้น วิธีการที่แนะนำคือการขอแลกลิ๊งค์หรือ Link Exchange มากหว่าจะไป Buy link ครับ

• Submission - คือการลงทะเบียนกับ search engine ซึ่งปัจจุบันในขั้นตอนนี้อาจจะไม่จำเป็นแล้วเพราะ Search Engine ส่วนใหญ่จะใช้ โปรแกรมที่เรียกว่า Robot หรือ Spider วิ่งไปหาเว็บไซด์ต่างๆเอง ยกเว้น web directory อย่าง DMOZ.com ซึ่งยังคงอาศัยการตรวจเว็บด้วยคนอยู่แต่ถ้าเว็บใดได้มีชื่ออยู่ใน DMOZ ก็เป็นบุญเลยล่ะครับเพราะ GOOGLE เองอิงข้อมูลจาก directory นี้มากและยังให้ PageRank กับ DMOZ สูงถึง 9 /10 นั่นหมายความว่าถ้าเว็บของคุณมีชื่ออยู่ใน DMOZ โอกาสขึ้นอันดับสูง ๆ มีแน่ครับ แต่ DMOZ ก็ใช้เวลาในการตรวจสอบเว็บนานมาก บางเว็บ submit ไปเป็นปี ยังไม่มีชื่อในเว็บนี้เลย

• Monitor Monitor Monitor - อย่าชะล่าใจเมื่อเว็บของคุณติดอันดับต้นๆ เพราะมีคู่แข่งของคุณคอยช่วงชิงแหน่งไปจากคุณตลอดเวลา การตรวจสอบอันดับทั้งเว็บของคุณและคู่แข่งของคุณ ละการเพิ่ม keyword ที่เกี่ยวข้องเป็นสิ่งที่ควรทำอยู่เสมอครับ

ขั้นตอนที่ว่ามาทั้งหมด นั้น อ่านแล้วเหมือนว่า " ง่ายจัง ! " คงไม่ง่ายอย่างนั้นครับ เพราะในเมื่อ กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียวฉันใด การติดอันดับใน Search Engine ก็ต้องใช้เวลาฉันนั้น ว่ากันว่า ไม่ต่ำกว่า 6 เดือนครับถึงจะขึ้นอันดับต้นๆ
แต่หากใครต้องการวิธีลัด Search Engine เองก็มีให้ครับ ซึ่งเรียกวิธีนี้ว่า "Pay per Click" ค่าย GOOGLE นั้นมี Campaign ชื่อ Google adword ส่วนฝั่ง Yahoo! ก็มี " Sponsored Search " ครับ โดยเราต้องไปเลือก keyword และเข้าสมัครสมาชิกเพื่อประมูล keyword และเมื่อให้ราคาสูงที่สุดเว็บของคุณก็จะอยู่ผลการค้นหาด้วย keyword นั้น ในหน้าแรกเช่น asiarooms.com ประมูล keyword "Thailand Travel" ได้เป็นอันดับหนึ่ง ชื่อของ asiarooms.com จะไปปรากฏเป็นอันดับหนึ่งในส่วนของ google adword ด้านขวามือครับ

แต่ วิธีนี้คุณจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเมื่อมีผู้คลิ๊กที่ลิ๊งค์ของคุณเป็นจำนวน เงินเท่าคุณเสนอราคาประมูลได้ให้แก่ Search Engine เช่น หากคุณประมูลคำนี้ในราคา ( สมมุตินะครับสมมุติ ) 0.50 บาทต่อคลิ๊ก ทุกครั้งที่ผู้ชมคลิ๊กลิ๊งค์ของคุณ 0.50 บาทในมือคุณก็จะหลุดลอยไปอยู่ในมือของ Search Engine ครับ
ดังนั้น คงต้องชั่งนำหนักดูกันแล้วครับว่า การ ทำ Search Engine Optimization กับการทำ Pay per Click อย่างใดจะคุ้มค่ากว่ากัน

ปัจจัย 50 อย่างสำหรับทำ SEO

credit: igarblog.com

อะไรคือปัจจัยสำคัญในการทำ SEO ให้กับเว็บไซด์ของเรา? คำถามนี้มีมานานมากแล้วครับ ผมก็เคยถามพี่ๆไปหลายคนเหมือนกัน แต่คำตอบที่ได้มา แตกต่างกันมากๆครับ บางอย่างก็เหมือนกัน ก็เพราะความคิดของแต่ละคนไม่เหมือนกันหนะซิครับ พี่ Google เองก็แค่อออกมาใบ้ให้เราเท่านั้นเอง ทำให้เราต้องทดลองด้วยตัวเราเองครับ และในที่สุด ผมก็ไปเจอ ปัจจัย 50 อย่างของคุณ Jimkarter ลองอ่านๆดูแล้ว ถือว่าขั้นเทพเลยครับที่พี่เค้า list ออกมาเป็นรายการได้ ผมจึงใช้ Google Translate แปลและนำมาแจกเพื่อนๆพี่ๆ ที่อยากเทพด้าน SEO งั้นไปดูกันเลยครับ ว่า 50 ปัจจัยนี้มีอะไรบ้าง เอ่อ… ถ้าอยากให้ใส่อะไรลงไปอีกก็บอกได้น่ะครับ ผมจะใส่พร้อมชื่อผู้บอกด้วยครับ

ปัจจัย 50 อย่างสำหรับทำ SEO (เรียงลำดับความสำคัญให้แล้วด้วยครับ)

1. คำหลักในชื่อของหน้า
2. คำหลักในหัวของหน้า (h1, h2, h3 ฯลฯ)
3. คำหลักในชื่อโดเมน
4. คำหลักในชื่อไฟล์ของหน้าเว็บที่รูปภาพหรือเนื้อหาอื่นๆที่เครื่องมือค้นหาอันดับปัจจัย
5. คำหลักเป็นตัวหนา, และหนังสือแบบตัวเอียงขีดเส้นใต้ข้อความ
6. คำหลักในข้อความ ALT สำหรับรูปภาพ
7. คำหลักในข้อความที่แตกต่างกันสี / ขนาด
8. ความหลากหลายของคำหลักในหน้า (เช่น: กิน, ate, บริโภค, กินอาหารที่รับประทานฯลฯ)
9. ความหนาแน่นของคำหลักในหน้าเว็บ
10. ลักษณะของคำหลักในครึ่งบนของหน้า
11. คำหลักในคำอธิบายเมะแทแท็ก
12. คำค้นหาในคำหลักเมะแทแท็ก
13. เอกลักษณ์ของชื่อคำอธิบายและคำหลักกับหน้าอื่นๆของเว็บไซต์
14. อายุของโดเมน
15. อายุของหน้า
16. TLD ของโดเมน (เช่น:. โดเมนจะอยู่ในอันดับที่ดีกว่าใน google.co.in โดเมน)
17. โฮสต์ที่ตั้ง
18. อันดับของหน้าของเว็บไซต์
19. คุณภาพของเนื้อหา (ดีเขียน, ข้อมูลไม่ซ้ำ) เครื่องมือค้นหาอันดับตรวจสอบ list.png
20. จำนวนลิงก์ย้อนกลับ
21. คุณภาพ (ประชาสัมพันธ์) ของลิงก์ย้อนกลับ
22. Anchor ข้อความใช้สำหรับลิงก์ย้อนกลับ
23. ชื่อข้อความ (ถ้ามี) ที่ใช้สำหรับลิงก์ย้อนกลับ
24. อายุของลิงก์ย้อนกลับ
25. ที่ลิงก์ย้อนกลับจะปรากฏบนหน้า (บนของหน้าด้านล่างของหน้าเว็บ)
26. คือลิงค์ที่ในเนื้อหาหรืออยู่กับการเชื่อมโยงอย่างอื่น (ชี้ไปยังเว็บไซต์อื่นๆและคั่นด้วยบางเฉพาะข้อความ [เช่น "," หรือ "|"])
27. จำนวนรวมลิงก์ในหน้าเว็บที่เชื่อมโยงคุณ
28. คือธีมของการเชื่อมโยงเพจนั้นเหมือนกับที่เชื่อมโยงหน้า
29. ความเกี่ยวข้องของคำหลักกับเรื่องหลักโดยรวมของเว็บไซต์.
30. เว็บไซต์โหลดเวลา (เซิร์ฟเวอร์ตอบสนองเวลาและขนาดของเพจ)
31. ประโยชน์ของเซิร์ฟเวอร์ (บรรดา 99.99% uptime สิ่ง)
32. ลิงก์ขาออก (ผู้ซึ่งคุณเชื่อมโยง? ที่เกี่ยวข้อง?)
33. จำนวนหน้าในไซต์
34. นาวิเกตและการเข้าถึงเว็บไซต์ (-ถึงความสามารถของทุกหน้าง่าย)
35. ลิงก์ไปยังหน้าเว็บภายใน (ใช่นี้จะปรับปรุงการจัดอันดับของหน้าหลักได้เช่นกันถ้านาวิเกตที่ถูกต้อง)
36. กี่คนกลับมาจากเว็บไซต์ไปยังเครื่องมือค้นหาหลังจากการค้นหาสำหรับคำหลัก (ของฉันจะติดตามของ Google กับแถบเครื่องมือนี้)
37. จำนวนภายในหน้าลิงก์ในหน้าเว็บของท่าน (ไม่เกิน 100)
38. จำนวนภายนอกลิงก์ในหน้าเว็บของท่าน (พยายามลด)
39. ลิงก์ย้อนกลับจาก. Gov,. Edu ลิงค์ (บางคนคิดว่ามันไม่ได้เป็นปัจจัย)
40. ใช้ “-” ยัติภังค์ (และไม่ “_” ขีดเส้นใต้) ในไฟล์ของคุณที่ชื่อพื้นที่ที่ต้องการ.
41. บ่อยเพียงเว็บไซต์ที่มีการอัปเดต
42. ซ้ำเนื้อหาจากแหล่งอื่น (เชิงลบผล)
43. การเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ที่เลว (เรียกเลวละแวก) (เชิงลบผล)
44. คำค้นหาสิ่งต่างๆในหน้าเว็บที่เพิ่มประสิทธิภาพหรือ (เชิงลบผล)
45. ความเร็วใหม่ที่ลิงค์สร้างขึ้นสำหรับไซต์. มันสอดคล้องกว่าระยะยาว?
46. ลิงก์ย้อนกลับจาก DMOZ และ Yahoo ไดเรกทอรีจะถือว่าค่อนข้างค่า.
47. หลีกเลี่ยงการเซสชัน identifiers (SID)
48. ลบหน้าเว็บ (ตายลิงก์ในเว็บไซต์) โดยถูกเปลี่ยนเส้นทาง 301/302 (เชิงลบผล)
49. HTML ที่ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร (ฉันไม่แน่ใจเท่าใดผลทำให้มัน)
50. ประวัติความเป็นมาของโดเมน (มันทำอะไรไม่ดีในอดีต?)

แฉแหลก " วิธีปั่น Traffic จาก Search Engines แบบรวดเร็ว

By idelsonar
http://www.thaiseoboard.com

ก่อนอื่นแนะนำให้ติดตั้ง Word Press Plug in ตามนนี้ครับ

Sitemap Generator
http://www.arnebrachhold.de/20...le-sitemaps-generator-v2-final

Share This
http://alexking.org/projects/wordpress

Ultimate Tag Warrior
http://www.neato.co.nz/ultimate-tag-warrior/

หลังจากติดตั้งแล้วก็ Active ปลั๊กอินทั้งหมดให้เรียบร้อย

และหลังจากนั้นให้ลอง Post ไป 1-2 Post เพื่อให้ ตัว Sitemap Generator
สร้าง sitemap ขึ้นมา ให้เอา www.domain.com/sitemap.xml
ไป submit ที่

https://www.google.com/webmasters/tools/login

และ https://siteexplorer.search.yahoo.com/mysites

ทั้งสองที่ให้ทำการ Verify site ให้เรียบร้อย

------------------------------------------------------------

หลังจากนั้นเพิ่ม Ping Server ตามกระทู้นี้ครับใน Rep ของท่าโซว

http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,45

------------------------------------------------------------

อย่าลืม Set Permalink ให้เป็น
Custom structure: /%postname%/ ด้วยนะครับ
เวลาติด index ใน google เราจะได้ url เป็น
www.domain.com/ ชื่อเรื่อง
จะทำให้คนตัดสินใจคลิ๊กเข้ามาเว็บเราง่ายขึ้น

ดูรายละเอียด ข้อความส่วนตัว (ออฟไลน์)

แฉแหลก " วิธีปั่น Traffic จาก Search Engines แบบรวดเร็ว
« ตอบ #28 เมื่อ: เมษายน 02, 2007, 07:16:18 PM »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
โอ้ แฟนมารอกันเต็มเลย ขอบคุณมากเลยครับ มีกำลังใจเขียนขึ้นเยอะเลย

Index Google ?

ขอยกตัวอย่างหนึ่งใน Blog ผมปั้มไปแค่ 300 Post ควรจะมี 300 หน้าในที่ติด Google แต่ผมกลับติด Index ถึง 1000 Page ฮืม เพราะอะไรนั่นหรือ

1. ผมแบ่ง Category ให้เยอะๆ Google จะ index หน้า Category ไปด้วย

สมุติผมทำ blog เรื่องท่องเที่ยวประเทศไทย ผมก็จะแบ่ง Category เป็นจังหวัดๆไปเลย เช่น Bangkok Chiangmai Chiangrai Phuket
แต่อย่าพึ่งตั้ง Category มั่วๆไปก่อนโดยไม่มีโพสนะครับ
ถ้ามีบทความที่ย่อยลงถึงระดับอำเภอก็ผมก็จะแตก เป็น Sub Category ลงไปอีก

2. Ultimate Tag Warrior
ทุกบทความผมจะทำ Tag ที่เกี่ยวข้องเอาไว้เยอะๆ เอามาทั้งหมดเท่าที่คิดได้
เช่นหัวข้อ Bangkok Travel Guide - Bangkok Vacations
ผมจะแบ่งเป็น Bangkok, Travel, Guide, Bangkok, Vacations
บางทีก็ใส่ไฟมั่วๆไปอีก เช่น Girl, Beach เป็นต้น

เพราะ Google จะ index url ของ Tag ไปด้วย ทุกๆครั้งที่ Tag
เราจะได้ url เป็น www.domain.com/index.php?tag= xxx

ยิ่ง เราใส่ tag เยอะๆก็จะมี page ให้ google index เยอะๆ แต่อย่าไปใส่เยอะเกินหละครับ เดี๋ยวจะโดนมองเป็น spam ใส่สักไม่เกิน 5-10 Tag ต่อหนึ่งบทความก็พอ

อีกอย่าง Ultimate Tag Warrior สามารถเอา Tag ของเราไป set เป็น meta tag ของ page นั้นได้ด้วย แต่ต้องไปตั้งใน setting ก่อนนะครับ

อ้อ หลังจาก Active Plugin แล้ว ต้องไป set ใน option ก่อนนะครับถึงระบบ Tag จะทำงาน

มาถึงหัวใจสำคัญในการทำให้เว็บติด Google แล้ว

เหมือนที่คุณโซวเคยบอก ปัจจัยสำคัญในการติด SE คือ Link Link และก็ link

เทคนิคที่ผมทำคือ บีบ Link out ให้น้อยกว่า Link in
ผมจะพยามจะไม่ลิ้งออกไปเว็บไหนถ้าไม่จำเป็น และหาลิ้งเข้าเว็บให้เยอะที่สุด

ผม copy บทความมาผมไม่ทำ link กลับให้เลย แอบขี้เหนียวอิอิ
บางทีก็ให้เครดิตไว้แต่ไม่ทำลิ้งกลับ คือทำลิ้งให้คลิ๊กออกไปไม่ได้นั่นเอง
มีแต่ชื่อเว็บเอาไว้ให้ดูต่างหน้าว่าก๊อบมาจากเว็บนี้นะ

และผมหา link กลับให้ทุกหน้าครับ ย้ำว่าเกือบทุกหน้าที่ผมโพสครับ
ทำยังไงนั้นเดี๋ยวจะเขียนรายระเอียดในโพสต่อไป

------------------------------------------------------

หลายคนคงสงสัยแล้วผมเอาบทความไหนมาทำ Blog หละ
ผมก็ Search เอาแล้วก็ copy มาใส่ๆ ไม่ได้ลงมือเขียนเองเลย

แล้วแบบนี้ไม่เป็น Duplicate content เหรอ ? ผมมีทริกเล็กๆน้อยๆครับ

แต่ละ post ผมจะหามาจากต่างเว็บไซต์ ไม่ได้ก๊อปมาจากเว็บเดียวทั้งหมด

และเทคนิคการผสมบทความ คือ สมมุติ ผมจะโพสเรื่อง Travel Phuket
ผม ก็จะหาข้อมูลจาก 2 เว็บแล้วเอามาโพสรวมก็ในโพสเดียว เว็บแรกผมก็จะหาข้อมูล travel phuket ทัวๆไปมา หลังจากนั้นผมจะต่อด้วย hotel in phuket เสริมๆไปนิดหน่อย อะไรประมาณนี้หละครับ

วิธีผสมบทความนี้ผมทำบ้างไม่ทำบ้างครับ แล้วแต่เพราะผมก็ขี้เกียจอ่านเหมือนกัน
บางอันผมอ่านแต่หัวข้อ copy มาใส่แล้วแบ่ง category ใหม่เฉยๆ ก็พอไม่ต้องซีเรียสอะไรมากครับ

การที่ bot มา crawl จะ index หรือไม่นั้น ปัจจัยไม่ได้อยู่ที่ Duplicate content หรือไม่

หนึ่งใน blog ของผม แค่ search เฉยๆ บทความเดียวกัน
ติด หน้าแรกของ Google เหมือนกันหมดเลย ไม่มีเว็บไหนต่างกัน ผมพึ่งทำแล้ว copy มาทั้งดุ้น แต่ผมขึ้นอันดับต้นๆได้ บางอันผมก็ติดอันดับหนึ่งเลย

นั่นคือการมี link จากเว็บ PR สูงๆ อ้างอิงถึง Page นั้นๆ bot มันไม่สนใจหรอกว่า ของใครของจริง

ผมถึงต้องหา Back link ให้กับ ทุกๆ Page ที่ผมมีไงครับ ตามที่กล่าวข้างต้น

ความเดิมจากตอนที่แล้ว ว่าผมหา back link ให้ทุกเพจ ด้วยวิธีไหนเหรอ

ง่ายๆ ครับ ก็ Social Bookmark ไงครับ และยังเป็นวิธีหาคนเข้าเว็บทันทีหลังจาก
ทำเว็บเสร็จใหม่และยังไม่ติด Search Engine สามารถสร้าง Traffic ประมาณ
100-500 คนในวันแรกๆได้ทันที

Social bookmark ที่ผมใช้ก็ไม่ได้มากมาย ผมก็ใช้ตาม ใน plug in share this แค่นั้นเองครับ น้อยกว่าด้วยซ้ำเพราะบางอันไม่มีผลกับ SE ครับ

ส่วนตัวที่มีผลตามนนี้เลยครับ
del.icio.us มีผลกับ yahoo ไม่มีผลกับ google ครับ
http://myweb.yahoo.com ไม่มีผลทาง seo ครับเอาไว้เรียกคนเข้าตอนแรกๆ
http://www.google.com/bookmarks อันนี้ไม่รู้มีผลป่าว แต่ผมว่าไม่มีนะข้ามไปได้เลย

http://www.blinklist.com
http://reddit.com
http://tailrank.com
สามตัวนี้มีผลกับ SEO ครับ

และอีกสองตัวที่มีผลค่อนข้างมากคือ
digg.com และ netscape.com

Digg.com เนี่ยทำให้บอทเข้ามาวิ่งกระจายเลยหละครับ แถมไม่พอสามารถดึง visitors ได้เยอะมาก แต่อย่าไป bookmark ทุกบทความหละครับ เดี๋ยวจะโดน ban url ไปเลย เว็บแรกผมโดนไปแล้วเสียดายมากครับ คืนเดียวนั่งปั้มไป 70 โพส ได้คนเข้ามา 300 คน แล้วโดน digg แบนไม่คุ้มครับ เดี๋ยวจะหาเรื่อง เกาะ PR ไม่ได้ เทคนิคของผมคือเอา บทความดีๆ หรือ บทความที่ต้องการให้ keywords ติด SE เอาไปลงใน Digg แอบเกาะน้อยๆแต่เกาะนานๆ

และอีกตัวคือ netscape.com คล้ายๆ digg ครับแต่ไม่ค่อยเข้มเท่ากับ digg แต่บางเว็บผมก็โดนแบนเหมือนกัน คือ bookmark เยอะเกิน (ตอนแรกกะจะไม่บอกแล้วนะเนี่ย ตัวนี้หละสุดหวง แหล่งเกาะ PR อย่างดีเลย ทำให้ติด GG เร็วมากๆ แต่ไหนๆก็แฉหมดตูดซะละ)

หลัง จาก bookmark ตามที่ผมแนะนำข้างบนก็น่าจะมีคนเข้าอย่างน้อย 50-200 คนใน 1-2 วันแรกๆ ได้แล้ว อย่าลืมเวลา bookmark ให้อัด tag ไปเยอะๆครับ คนจะค้นเจอจากการ search tag

-------------------------------------------------------

แล้วทั้งหมดผม bookmark มือหมดเลยเหรอ ?
- ขอตอบว่าใช่ครับ ผมเสร็จหนึ่งโพสผมก็ book มือไปเรื่อยๆ เคยหาพวก auto มาใช้เหมือนกันแต่ไม่ค่อยจะ work ครับเพราะมันไม่ค่อย support ที่ดังๆแล้ว fail บ่อยๆ แต่ผมลองไม่กี่อันเอง ไม่มีปัญญาหาอ่ะ ก็เลยต้องกัดฟัน กดมือไปเรื่อยๆ

วิธีดูว่า social bookmark ตัวนั้นมีผลทาง SEO คือหลังจากทำการบุ๊คมาร์คไปแล้ว 2-5 วัน ใช้คำสั่ง link;mydomain.com
ดูว่ามี url ของ bookmark เจ้าไหนบ้างที่ติดก็แสดงว่ามีผลครับ
เผื่อเว็บ bookmark ตัวใหม่ออกมาก็ลองๆกันดู ถ้าไม่มีผลก็ทิ้งไปครับ กดไปก็เมื่อยตุ้ม

-----------------------------------------------------------

อีกวิธีการหา Traffic (หาเล็กหาน้อย)
คือ Tag ไปที่ http://www.technorati.com
ใน Ultimate Tag Warrior ใน option สามารถเซ็ตให้ tag ไปที่ techorati ได้ครับ

เวลา เรา tag ไปที่ techorati เนี่ยเช่น tag คำว่า car เวลาคน search คำว่า car บนเว็บ techorati ก็จะเจอเว็บที่ tag คำว่า car เรียงตามลำดับการ update ครับ ฉะนั้นถ้าเราพึ่ง update แล้วมีคน search ก็จะมีโอกาสคลิ๊กเข้ามาในเว็บเรา และยังสามารถดึงบอทเข้ามาได้ด้วย

อ้อ อย่าลืมเอาเว็บเราไป verify ที่ techorati ด้วยนะครับ ได้ Back link ด้วย

-----------------------------------------------------------

Submit feed
พอเราโพสได้สัก 4-5 บทความแล้ว เอา url feed ไป submit RSS engine ต่างๆครับ ใช้ตัวนี้ครับ RSS Submit คลิ๊กเดียวเสร็จ
ลองหาในบอร์ดดูนะครับ มีคนเคยแจกไว้

จากวิธีการที่ผม Post ข้างต้นเพียงพอที่จะสามรถทำให้ติด SE ได้ง่ายๆแล้วครับ
แต่ ก็ขึ้นอยู่กับ market และ keywords ด้วย บางทีผมก็ไม่ติด keywords ที่ตั้งเป้าไว้ แต่มักจะได้ keywords ใกล้เคียง และบางทีก็จะได้ keywords แปลกๆ ออกมาด้วย หมั่นโพสบทความที่เกียวข้องกันบ่อยๆเดี๋ยว niche keywords จะโพล่ออกมาเองครับ อ้อ แนะนำให้ติด Extreme tracking ด้วยนะครับ
stats จะเป็นตัวบอกหลายๆอย่างได้อย่างดี

-------------------------------------------------------------

ว่างๆเรามาหา Black link ให้ blog เราด้วย Top site
ผมหาที่มี PR ได้เท่านี้หละครับ

http://www.topblogarea.com
http://www.blogtopsites.com
http://www.blogtoplist.com

และว่างๆก็นั่ง submit blog directory ไปเรื่อย เอา back link ครับ
ผมไม่ขอเอ่ยละกันนะครับเพราะผมก็ไม่ค่อยได้ทำ ขี้เกียจอ่ะครับ
แต่มีก็มีผลนะครับ

อีกอย่างที่สำคัญเลยสำหรับการทำ Blog คือการ Keep Update

อันนี้ผมไม่ confirm นะครับอาจจะมีปัจจัยอย่างอื่นประกอบด้วย
Blog ตัวที่ผมโชว stats ที่หน้าแรก อยู่ดีๆทำไมคนเข้าลดลง ?
เพราะก่อนที่มันจะลดผมหยุด Update ไปราวๆ 2-3 วัน

ทั้งที่ก่อนหน้านั้นผม index แค่ 3 ร้อยกว่าๆ แต่มีคนเข้าเยอะกว่า
แต่หลังจากนั้น 2-3 วันผมมี index 700 เกือบแปดร้อยแต่คนเข้าเว็บกลับตกลง

หลัง จากนั้นผมก็ปั่นเพิ่มคนเข้าก็เริ่มกระเตื้องขึ้นมาบ้าง ขึ้นมาจนถึงพันกว่าๆ ด้วยความที่ผมขี้เกียจเลย หยุด update และนั่งสังเกตุเล่นๆ นั่นคือ บางที index ลดวันละ 10-20 หน้าลดลงเรื่อยๆ ซึ่ง 2-3 วันมานี้ ผมเช็คดู มันลดลง 10-20 หน้าๆ
ทุกๆ 2-3 ชั่วโมงเลยทีเดียว แต่พอ update และเอาไป bookmark เดี๋ยว index มันก็ขึ้นมาเองครับ และอันเก่าไม่หายซะด้วย

ฉะนั้น Keep Update และหา Back link เพิ่มเรื่อยๆเพื่อลดปัญหาการ De-index ครับ

เคล็ดลับสุดท้าย !!!

คือการเล่น Keywords ที่พึ่งเกิดใหม่ และคาดว่าจะมีคนสนใจเอาเข้ามา search เยอะๆครับ
งานนี้ใครเร็วกว่าได้เปรียบครับ อาศัยเพียง back link จาก social bookmark ก็ทำให้ติดหน้าแรกของ google ได้อย่างง่ายดาย

เพราะเป็น keywords ใหม่ยังไม่มีคู่แข่งไงครับแล้วยิ่ง Demand คน search เยอะๆแล้วหละก็ Traffic จะหนีไปไหนหละครับ

ใคร ที่ดูข่าวบ้านการเมือง หรือ ชอบติดตามอะไรที่เฉพาะทางอย่างเช่นท่านสนใจเรื่อง มือถือ รุ่นไหนออกใหม่รู้ก่อนใครๆ แบบนี้ได้เปรียบครับ อย่างเช่น ติดตามเรื่องมือถือ รู้ข่าวมาว่า N99 จะออกเร็วๆนี้ หาข้อมูลมาใส่ blog ก่อนใครๆ พอถึงเวลาเปิดตัวคนเริ่ม search เยอะๆ เราก็ไปจองที่หน้าแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Reply สุดท้ายละ ไหนๆก็แฉแหลกแบบหมดตูดแล้ว หลายๆคน PM มาอยากเห็น blog ผมจัง ท่านอยากเห็น เราจัดไป !!!

ฺBlog นี้ตอนแรกตั้งใจทำมาขาย MB หรือ Maybelfire
คือ บริการโหลด MP3 นั่นเองได้ sale ละ $25 เห็นใน seo.in.th บอกว่าขายออกง่ายดี ทำไปทำมามี Traffic แต่ไม่มี sale เลย แต่ Lead Ringtone ของ CJ ค่อยข้างดีหน่อย ส่วน Adsense นั้นเก็บตกเฉยๆ

ตัวอย่างการเล่น keywords ที่พึ่งเกิดใหม่ ดู Stats ตรงที่ผมทำ Hi light สีส้มนะครับ
คือ วันที่ 2 ที่ผ่านมาวง Linkin Park กำหนดออก single แรก คือเพลง What I've Done ก่อนหน้านั้นผมได้ทำ Blog เตรียมไว้ก่อนแล้ว 2-3 วันก่อนหน้านี้ พอวันที่ 4 (ประมาณวันที่ 3 บ้านเขา) ทำให้ยอดคน search เข้าตามกระแส แต่ผมไม่ได้ติด keywords ตรงๆนะครับ ติดแต่อ้อมๆ พอแบ่ง trafiic มาได้บ้าง

Cool Investor | จุดกำเนิด Venture Capital | @ThaiShortNews แนะนำให้อ่าน |
Sutter Hill Ventures | K-SME |


twitter @higgsman Dec 29,2009 :
ส่วนผมอยากทำอะไร ใหญ่ๆ แต่ไม่อยากให้ใครจดจำ อยากเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตนแต่มีอิทธิพลในการเปลี่ยนโลก

NASA TV


NASA TV

Track Me : Live from Cellphone

Mobimedia
Mobile Snap Shot Community
2010-02-22 14:22:17 : Fc phuket airport
2010-02-21 16:18:44 : Fantasea club
2010-02-19 18:20:26 : Gk Bufflet
2010-02-15 17:33:32 : Ticket
2010-02-06 15:40:22 : Fantasea5
2010-02-06 15:39:26 : Fantasea4
2010-02-06 15:38:54 : Fantasea3
2010-02-06 15:38:13 : Fantasea2
2010-02-06 15:37:26 : Fantasea1
Time in Thailand

User login

Crazy Poll

บริษัทผลิตหุ่นยนต์ไทยควรผลิตหุ่นยนต์ชนิดไหนดีนะ:

มนตราภาษาจีน


ใครหว่า